รู้หรือไม่ ใบบัวบก …ไม่ได้มีดีแค่แก้ช้ำใน

ใบบัวบก,สรรพคุณของใบบัวบก,ประโยชน์ของใบบัวบก,สารสกัดใบบัวบก,ประโยชน์ของสารสกัดใบบัวบก

รู้หรือไม่ ใบบัวบก ...ไม่ได้มีดีแค่แก้ช้ำใน

ใบบัวบก ใครๆ ก็บอกว่าแก้ช้ำใน โดยเฉพาะ “อกหักมาเหรอ ดื่มน้ำใบบัวบกสิ” ประโยคนี้อาจจะดูเป็นประโยคคุ้นๆ หูกันมาบ้าง หรือในหมู่เพื่อนของเราเมื่อหลายปีก่อน แต่นอกจากใบบัวบกจะช่วยแก้ช้ำในแล้ว ยังมีสรรพคุณดีๆ ที่ไม่ต้องรอให้อกหักก่อนก็จะกินได้

Depositphotos_7999201_xl-2015

บัวบก เป็นพืชเมืองร้อนที่มีต้นกำเนิดจากแถบอินเดีย มีการนำมาใช้อย่างกว้างขวางในวงการแพทย์ตะวันออกและอายุรเวท บัวบกช่วยเสริมการไหลเวียนของโลหิต โดยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเส้นเลือดดำและเส้นเลือดฝอยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดทั่วร่างกาย ใช้ในการรักษาอาการเจ็บและบวมจาดเส้นเลือดดำอักเสบอย่างได้ผลดี รวมถึงอาการปวดเกร็งหรือตะคริวที่ขาด้วย บัวบกส่งผลให้ร่างกายสงบ จึงอาจช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้า และช่วยให้ความจำดีขึ้นได้ด้วย บัวบกส่งเสริมเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน จึงเชื่อกันว่ามันช่วยให้แผลหาย โดยกระตุ้นการสร้าเส้นใยเคราติน ซึ่งอาจช่วยลดการเกิดบาดแผลเป็นและรอยแตกลายในยามตั้งครรภ์ ยิ่งไปกว่านั้น วารสารทางการแพทย์ของฝรั่งเศสได้ตีพิมการศึกษาที่พบว่า แผลของผู้หญิงที่ใช้บัวบกหลังคลอดจะหายเร็วกว่าผู้หญิงที่รักษาปกติ

ประโยชน์ดีๆ ของใบบัวบกที่คุณอาจไม่เคยรู้

  1. แก้อาการช้ำใน ลดอาการอักเสบ
  2. เสริมสร้างและกระตุ้นการสร้างคอลาเจน และอิลาสติกให้ผิวหนังเปล่งปลั่ง
  3. บำรุงดวงตาและสายตา เพราะใบบัวบกมีวิตามินเอสูง
  4. บำรุงประสาทและสมอง เพิ่มความสามารถในการจำ ลดความเสี่ยงอัลไซเมอร์ หรือสมองเสื่อม
  5. ลดความเครียดและคลายความกังวลได้
  6. แก้อาการปวด เวียนศีรษะ
  7. บรรเทาอาการเจ็บคอ ร้อนใน กระหายน้ำ
  8. ลดระดับน้ำตาลในเลือด
  9. รักษาโรคความดันโลหิตสูง
  10. บำรุงโลหิต รักษาภาวะโลหิตจาง

สรรพคุณของใบบัวบกกับผลการวิจัย

งานวิจัยได้กล่าวถึงบัวบกเอาไว้ว่า เป็นพืชที่มีสรรพคุณโดดเด่นในด้านการบำรุงสมองเช่นเดียวกันกับแปะก๊วย ช่วยกระตุ้นสมองในการจดจำสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น และช่วยพัฒนาการเรียนรู้ทางสมอง และด้วยคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้ทำให้มันกลายเป็นพืชที่ถูกจดสิทธิบัตรสารสกัดจากบัวบกที่มีหน้าที่่ช่วยเพิ่มความจำ  จากการทดลองในลูกหนู พบว่ามีความจำและการเรียนรู้ที่ดีขึ้น ส่วนในคน มีการทดลองในเด็กพิเศษ ด้วยการกินบัวบกวันละ 500 มิลลิกรัม ติดต่อกัน 3 เดือน เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม พบว่ามีความสามารถในการเรียนรู้ที่ดีกว่า ส่วนในผู้สูงอายุให้ทดลองกินสารสกัดบัวบก 750 มิลลิกรัม ติดต่อกัน 2 เดือน พบว่า ทั้งความจำและการเรียนรู้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดอารมณ์แปรปรวน ทำให้ผู้สูงอายุมีอารมณ์ดีมากขึ้นด้วย ในรายที่เป็นวัยทำงาน ได้ทำการทดลองกับผู้หญิงอายุประมาณ 33 ปี กินสารสกัดบัวบก 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง พบว่าช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าลงได้  เมื่อเจาะลึกลงไปถึงระดับเซลล์ พบการทำงานของสารสกัดบัวบกที่ตรงเข้าออกฤทธิ์กับสมอง ช่วยทำให้การหายใจระดับเซลล์ภายในสมองทำงานได้ดีขึ้น มีสารต้านอนุมลอิสระ ช่วยสร้างสมดุลสารสื่อประสาท และต้านการเสื่อมสภาพของเซลล์สมองได้

ข้อควรระวังในการใช้ใบบัวบก

  1. ก่อนรับประทานใบบัวบกเพื่อเป็นยา จะต้องตรวจสอบสุขภาพร่างกายของตนเองก่อนว่าพื้นฐานแล้วมีโรคประจำตัวอะไรที่มีความเสี่ยงหรือไม่ เพราะสารบางชนิดในใบบัวบก จะเข้าไปทำให้อาการของโรคกำเริบมากขึ้นได้
  2. เนื่องจากบัวบกเป็นยาที่มีฤทธิ์เย็น การรับประทานมากเกินไปจะทำให้สะสมในร่างกายจนรู้สึกหนาวมากขึ้นได้
  3. หลีกเลี่ยงการกินใบบัวบกติดต่อกันทุกวัน หรือกินครั้งละมากๆ เมื่อกินติดต่อกันประมาณ 1 อาทิตย์แล้ว ก็ควรหยุดพัก 1 อาทิตย์ แล้วค่อยกลับมากินใหม่
  4. สำหรับคนที่กินใบบัวบกสดๆ ติดต่อกันทุกวัน ควรกินในสัดส่วนประมาณวันละ 3-6 ใบ ไม่ควรเกินไปกว่านี้
  5. หากร่างกายมีอาการอ่อนเพลีย เวียนหัว ใจสั่น หรือหัวใจเต้นผิดปกติ รู้สึกคันตามผิวหนัง ท้องร่วง ภายหลังจากการกิน ควรหยุดกินทันทีและรีบเข้าพบแพทย์อย่างเร่งด่วน
  6. ในกลุ่มคนที่ต้องกินยาแก้แพ้ ยานอนหลับ หรือยากันชัก ไม่ควรกินใบบัวบก เนื่องจากจะยิ่งไปเพิ่มฤทธิ์ให้รู้สึกง่วงซึมมากขึ้น

"สารสกัดใบบัวบกจากธรรมชาติเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์อาหารเสริม"

Related posts:

หัวใจการผลิต ของ “ โรงงานวิณพา ” กับจุดเด่น 4M
อาหารเสริมบำรุงผิว แอล-กลูต้าไธโอน ที่สาวๆถามหา ดีอย่างไร?
ระดูขาว ปัญหาน่ารำคาญของคุณผู้หญิง ที่ปล่อยไว้ไม่ได้!!
ระดูขาว เรื่องลับภายในของคุณผู้หญิงที่สาวๆห้ามมองข้าม!!!
คุณรู้ไหมการดื่ม น้ำอุ่น มีประโยชน์ต่อสุขภาพของเราอย่างไร?
5 ชนิดของ สารเคมี ที่คุณควรระวังในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก!!
แดนดิไลออน...รากดอกไม้ช่วยบำรุงตับ
แอปเปิ้ล ผลไม้อิ่มนาน ทานลดน้ำหนัก
เส้นใยอาหาร ที่จะทำให้เรามีสุขภาพดี
กรดไขมันโอเมก้า-3 ทำอะไรให้คุณได้บ้าง