ไขมันสูง น้ำตาลขยับ พุงเพิ่ม อาจเป็นสัญญาณโรค เมตาบอลิก

เมตาบอลิก,เมตาบอลิกคืออะไร,อาการเมตาบอลิก,สาเหตุของเมตาบอลิก

ไขมันสูง น้ำตาลขยับ พุงเพิ่ม อาจเป็นสัญญาณโรค เมตาบอลิก

เมตาบอลิก เป็นภาวะที่มีความผิดปกติของระบบเผาผลาญอาหารของร่างกาย มีภาวะดื้ออินซูลิน เกิดจากไขมันพอกตับ ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง และน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งหากปล่อยไว้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ตามมา โรคเมตาบอลิกพบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และจะพบมากเมื่ออายุเพิ่มขึ้น วันนี้ วิณพา เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโรคนี้กันค่ะ

โรคเมตาบอลิกคืออะไร?

โรคเมตาบอลิก หรือเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า ภาวะดื้ออินซูลิน คือกลุ่มความผิดปกติที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ กลุ่มความผิดปกติดังกล่าวได้แก่

  • อ้วนลงพุง
  • ความดันโลหิตสูง
  • มีไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง
  • มีไขมันคอเลสเตอรอลตัวดีต่ำ
  • ระดับน้ำตาลในเลือดสูง

ภาวะต่างๆ เหล่านี้เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวานชนิดที่สอง โรคความดันโลหิตสูง และกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์อัมพาต โรคของหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ โรคของหลอดเลือดแดงใหญ่ เป็นต้น

กลไกการเกิดโรคเมตาบอลิก

ภาวะดื้ออินซูลิน เป็นภาวะที่ฮอร์โมนอินซูลินไม่สามารถออกฤทธิ์ได้ตามปกติ ฮอร์โมนอินซูลินเป็นฮอร์โมนสำคัญ ควบคุมการใช้พลังงานของร่างกาย โดยกระบวนการนำน้ำตาลในเลือดเข้าไปในเซลล์ต่าง ๆ โดยเฉพาะตับ กล้ามเนื้อลาย และเซลล์ไขมัน แล้วนำไปผลิตพลังงานเพื่อให้เซลล์ต่าง ๆ ทำงานได้อย่างปกติ และสะสมพลังงานไว้ในรูปของไกลโคเจนที่ตับ และเพิ่มการสังเคราะห์โปรตีนที่กล้ามเนื้อ ยับยั้งการสลายไตรกลีเซอไรด์ออกจากเซลล์ไขมันใต้ผิวหนัง ดังนั้นผู้ที่มีภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน การเก็บพลังงานจะผิดตำแหน่ง ร่างกายไม่สามารถใช้พลังงานจากน้ำตาลได้ จึงมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง มีไขมันในเลือดผิดปกติ ไขมันพอกตับ เซลล์ไขมันปล่อยสาร ทำให้เซลล์เยื่อบุหลอดเลือดทำงานผิดปกติ ความดันโลหิตสูง การอักเสบของผนังหลอดเลือด มีไขมันสะสมที่ผนังหลอดเลือดชั้นใน นำไปสู่ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง เกิดหลอดเลือดแดงตีบตัน และอวัยวะต่าง ๆ ขาดเลือดในที่สุด

ปัจจัยเสี่ยงของโรคเมตาบอลิก

ปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสการเกิดโรคเมตาบอลิก ได้แก่

  • อ้วน โดยผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรืออ้วนลงพุง มีไขมันสะสมบริเวณรอบเอวและสะโพกจะเสี่ยงต่อโรคเมตาบอลิก
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต กิจวัตรประจำวันหรือการทำงานที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย ขาดการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารไม่เหมาะส
  • อายุ โดยอายุที่เพิ่มขึ้นจะเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อหมดประจำเดือนในผู้หญิง
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวานชนิดที่ 2
  • สาเหตุทางพันธุกรรม เช่น lipodystrophy
  • ความเครียด ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ออกฤทธิ์ตรงข้ามกับอินซูลิน เช่น ฮอร์โมนคอร์ติซอล อะดรีนาลิน และกลูคากอน
  • โรคที่พบร่วม เช่น โรคไขมันพอกตับและตับแข็งที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ กลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่ กรดยูริกในเลือดสูง โรคเก๊าท์ โรคไตวายเรื้อรัง และโปรตีนรั่วในปัสสาวะ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยพบว่าโรคเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเมตาบอลิก

อาการของเมตาบอลิก

โรคเมตาบอลิกไม่มีอาการแสดงที่เฉพาะเจาะจง แต่มีลักษณะหรืออาการที่สังเกตเห็นได้ เช่น

  1. มีภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกิน มีเส้นรอบเอวที่ใหญ่มากกว่าเกณฑ์ปกติ
  2. ความดันโลหิตสูง
  3. ตรวจเลือดพบระดับน้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ
  4. อาการของโรคร่วม เช่น ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ มีบุตรยาก ข้ออักเสบเก๊าท์ เป็นต้น
  5. ตรวจร่างกายพบผิวหนังช้าง ผิวหนังหนาตัว สีเข้มขึ้นเป็นสีน้ำตาลหรือดำ โดยเฉพาะบริเวณข้อพับ เช่น คอ รักแร้ ข้อพับแขน เป็นต้น