มะเร็งเต้านม ภัยเงียบตัวร้ายที่ใกล้ตัวผู้หญิงมากที่สุด
มะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งอันดับหนึ่งที่พบในผู้หญิง เป็นมะเร็งที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในเต้านม โดยเฉพาะเซลล์ท่อน้ำนม โดยเซลล์จะเริ่มแบ่งตัวผิดปกติแล้วลุกลามไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียง จากนั้นหากปล่อยไว้ อาจแพร่กระจายไปยังเซลล์อื่นๆ ในร่างกาย การตรวจคัดกรองเป็นประจำทุกปีจะช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ วันนี้ วิณพา จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับภัยร้ายนี้กันค่ะ
มะเร็งเต้านมเกิดจากอะไร
เต้านม จะประกอบไปด้วยต่อมน้ำนม ท่อน้ำนม ไขมัน เส้นเลือด ต่อมน้ำเหลือง เต้านมวางอยู่บนกล้ามเนื้อหน้าอกและซี่โครง มีหน้าที่ในการสร้างน้ำนม โดยเต้านมจะขยายขนาดตอบสนองกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งผลิตจากรังไข่เป็นหลัก มะเร็งเต้านม เกิดจากการแบ่งตัวผิดปกติของเซลล์ท่อน้ำนมหรือต่อมน้ำนมทำให้เกิดเป็นก้อนเนื้องอก หากไม่ได้รับการรักษา มะเร็งจะโตขึ้นและกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ ก่อนที่จะกระจายไปอวัยวะอื่นๆ เช่น ปอด ตับ สมอง กระดูก เป็นต้น
ระยะของมะเร็งเต้านม มี 4 ระยะ
- ระยะ 0 : หรือระยะเริ่มต้น เป็นระยะที่ยังไม่พบการลุกลาม แต่สามารถพบเซลล์ผิดปกติภายในท่อน้ำนม
- ระยะ 1 : คือมีการลุกลาม ผ่านท่อน้ำนม โดยยังมีขนาดของมะเร็งน้อยกว่า 2 เซนติเมตร และไม่พบการลุกลามไปต่อมน้ำเหลือง
- ระยะ 2 : เซลล์มะเร็งอาจเริ่มแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองหรือก้อนเนื้อจะมีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยที่ยังไม่แพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง
- ระยะ 3 : เซลล์มะเร็งที่เต้านมขยายออกไปเป็นบริเวณกว้าง โดยอาจมีการลุกลามไปถึงชั้นกล้ามเนื้อของช่องอก, เกิดแผลที่ผิวหนังหรือมีการลุกลามเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองมากกว่าระยะที่ 2 โดย ในระยะนี้ก้อนเนื้ออาจมีขนาดมากกว่า 5 เซนติเมตร
- ระยะ 4 : เซลล์มะเร็งแพร่กระจายสู่อวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย เช่น สมอง กระดูก หรือปอด เป็นต้น ระยะนี้ก้อนเนื้อจะมีขนาดได้หลายขนาด ซึ่งเป็นระยะที่รักษาไม่หายขาดแต่สามารถรักษายืดอายุได้
สัญญาณที่บ่งบอก หรือลักษณะอาการที่บ่งบอกอาจเป็นมะเร้งเต้านม
- คลำเจอก้อนในเต้านมหรือใต้แขน
- ผิวหนังของเต้านมมีความผิดปกติ เช่น เต้านมมีรอยบุ๋ม รอยยับ รอยย่น รอยแดง หรือรอยแข็งๆคล้ายผิวส้ม
- บริเวณหัวนมมีความผิดปกติเช่นหัวนมบุ๋มมีแผลและผื่น
- บริเวณเต้านมมีผื่น แดง ร้อน ผื่นคล้ายผิวส้ม
- มีอาการปวดบริเวณเต้านม
- มีของเหลวไหลออกจากหัวนมหากมีน้ำสีแดงไหล ควรให้รีบมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจ
- ไม่อาการผิดปกติ แต่พบรอยโรคจากการตรวจแมมโมแกรม หรืออัลตร้าซาวด์เต้านม
ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านม
- ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป จะเริ่มมีความเสี่ยง ควรพบแพทย์เฉพาะทางในการตรวจหน้าอก เฉพาะทางด้านเต้านม
- ผู้หญิงที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมและรังไข่จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น
- ผู้หญิงที่รับประทานฮอร์โมนเพศหญิงหรือรับประทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน
- มีประวัติของโรคมะเร็งเต้านมข้างใดข้างหนึ่งมาก่อน อาจมีความเสี่ยงเป็นอีกข้างได้
- รับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเป็นประจำ
- คุณผู้หญิงที่ยังไม่มีบุตร
- คุณผู้หญิงที่มีลูกคนแรกช้า มีบุตรตอนอายุมากกว่า 30 ปี
- คุณผู้หญิงที่มีประจำเดือนเร็ว มีประจำเดือนครั้งแรกก่อนอายุ 12 ปี
- รับประทานยาคุมนานกว่า 5 ปี การใช้เอสโตรเจนรักษาวัยหมดประจำเดือนนานกว่า 5 ปี จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงเป็นมากขึ้น
- หมดประจำเดือนครั้งแรกหลังอายุ 50 ปี
- ผู้ที่มีภาวะอ้วน โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือน
มะเร็งเต้านม พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ในผู้หญิง ถือเป็นภัยเงียบที่ใกล้ตัวอย่างมาก ความน่ากลัว คือระยะเริ่มแรกไม่แสดงอาการ แต่จะชัดเจนเมื่อก้อนในเต้านมเกิดอักเสบ ดังนั้นหากตรวจพบความผิดปกติในระยะแรกจะช่วยให้การรักษามีโอกาสประสบความสำเร็จได้สูง และทำให้ผู้ป่วยกลับมามีความมั่นใจ มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ปกติอีกครั้ง